10 สิ่งที่ต้องมี หากต้องการให้ ธุรกิจออนไลน์ เติบโตมาขึ้น 10 เท่า

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ที่ใครๆ ก็ต้องการ เราต่างเห็นว่าหลายๆ คนก็ทำกันได้ เหมือนง่ายกันจัง คนนั้นทำ 10 ล้าน คนนี้ทำ 20 ล้านต่อเดือน ทำไมเหมือนง่ายจัง แล้วเราจะสามารถทำได้แบบเขารึป่าว วันนี้อยากชวนคุยถึง ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์ หรือ ขายของออนไลน์เติบโตได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดด

10 สิ่งที่ทำให้ ธุรกิจออนไลน์ เติบโตแบบก้าวกระโดด

1 ต้องรู้ว่าตัวเองเก่งเรื่องอะไร

ทักษะการทำเงินเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้น หากไม่รู้ว่าตัวเองเก่งอะไร จงเรียนรู้ทักษะการทำเงินก่อน จากนั้นก็ทดลองทำ เช่น เรียน Google Ads มา หาสินค้ามายิงขายแล้วได้ผลลัพธ์จนกำไรได้ ก็แสดงว่า ตอนนี้เรามีความเก่งเรื่อง Google Ads หรือ ศึกษาเรื่องการทำรูปภาพทำไปแล้วมันขายได้ ก็ไปลองทำให้คนอื่นปรากฏว่า รูปที่เราทำ มันทำให้คนอื่นขายของได้ แสดงว่า เรามีความเก่งด้านการทำรูปเพื่อเพิ่มยอดขายได้ จงความเก่งให้เจอ และ ความเก่งนั้นต้องทำให้สามารถสร้างเงินให้เราพอที่จะเลี้ยงชีพให้ได้

2 มองหาคนเก่งมาร่วมทีม

ความเก่งที่เรามี และ มีรายได้ที่เลี้ยงชีพได้แล้ว เราจะมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตมากขึ้น จากนี้เป็นเรื่องของการเติบโตให้มากขึ้น เป็นการเริ่มมองหาคนเก่งมาร่วมทีม จงเลือกคนเก่งมาร่วมทีมตั้งแต่แรก จะช่วยให้เราเติบโตได้มากขึ้น แต่ไม่ใช่แค่เก่งเท่านั้น วิธีคิด วิธีทำงาน ต้องเอื้อให้เกิดการเติบโตของธุรกิจเราด้วย บางคนเก่งอีโก้สูงก็มี โดยเฉพาะคนที่เพิ่งขายของออนไลน์ได้กำลังพราวๆ ก็รู้จักไว้ พวกนี้ต้องเจอวิกฤตสักครั้งอีโก้จะลดลง ค่อยจีบมาร่วมทีม *หาทีมงานที่ “เก่ง” และ “ดี”

3 สะสมคนเก่งไว้รอบตัว

การออกไปพบผู้คนบ้าง ไม่ว่าจะสายงานเดียวกัน หรือ สายอื่นๆ เราจะได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แล้วจะเห็นคนเก่งๆ อยู่ในนั้น เราเพียงแค่ทำความรู้จักค่อยพูดคุย ทักทาย ขอโอกาสได้ช่วยเหลือ เชื่อเถอะว่า อย่างน้อย เราจะได้วิธีดีๆ วิธีการทำงานดีๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมากเลยทีเดียว ยิ่งสะสมไว้เยอะ โอกาสเติบโตก็เยอะ หากรู้จักเรียนรู้จากคนเก่งเหล่านั้น

4 หาเวลาแลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนเก่ง

คนเก่งอยู่ไหนจงตามพบปะ พูดคุยอยู่เสมอ สร้างความสนิทสนมไว้ จะได้เห็นมุมมอง หรือ วิธีการอะไรบ้างอย่าง ที่บางทีเราอาจจะนึกไม่ถึงเลยก็ได้ ซึ่งเราก็ควรนำเรื่องราวของเราไปเล่าให้พวกเขาฟังด้วย เพื่อให้พวกเขารู้ว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ บางทีพวกเขาก็อาจจะหาจิ๊กซอที่ขาดอยู่ และ อาจจะเป็นเราก็ได้ที่เขาต้องการ

5 ตั้งโปรเจคเล็กๆ ไว้ลองทำร่วมกัน

โอกาสที่ได้มาอย่าปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด การได้เจอคนเก่ง ไม่ได้แปลว่า จะทำงานร่วมกันได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือ การทดลองทำด้วยกันดู เราสามารถทำงานด้วยกันได้ไหม บางคนเก่งมากงานดีแต่ติดต่อยากมาก แต่เราดันเป็นคนใจร้อนชอบคนทำงานแอคทรีฟ วิธีการทำงานอาจจะไม่ตรงกัน ดังนั้น เพื่อให้ Win-Win ก็ลองตั้งโปรเจคทำงานด้วยกัน จะได้เห็นว่า เขาทำงานเป็นยังไง วิธีการทำงานไปด้วยกันได้ไหม วิธีการนี้จะเป็นการทำให้ 1+1 = 3 คนเท่าเดิม แต่กลับได้งานมากกว่าสิ่งที่ควรจะเป็น

6 แบ่งปันความเชี่ยวชาญของเราอยู่เสมอ

คงมีคำถามว่า แล้วจะหาคนเก่งๆ เหล่านั้นได้จากไหน หากไม่รู้ ก็เปลี่ยนมาบอกเราเรื่องที่เราถนัดบอกไปใน Social Media ของตัวเอง เพื่อดึงคนที่เราต้องการเข้ามา วิธีการนี้จะช่วยดึงคนทั่วไปที่พวกเขาจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เราแชร์ไปใช้ประโยชน์ต่อชีวิตพวกเขาได้ บางทีบางประโยคที่เราให้ไปอาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปเลย และ คนเก่งๆ เข้ามาในชีวิต ที่เหลือ เราก็แค่เฝ้าสังเกตุว่าใครกำลังทำอะไร มีความคิดอย่างไรผ่านโพสของพวกเขา

7 ดูแลคนในทีมให้ดีที่สุด

เรื่องนี้ไปฟังมาจากงานสัมมนา Private ของกลุ่ม Ecom การทำธุรกิจไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไฟล์ เมื่อจัดตั้งบริษัทมาแล้วจงดูแลเขาให้ดีที่สุด จงพยายามทำให้คนในทีมได้สิ่งที่เขาฝันไว้

  • เขาอยากรู้สึกปลอดภัยเวลาเกิดอุบัติเหตุ จงซื้อประกันให้พวกเขา เพราะหากซื้อเขาจะรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกังวลในการต้องมานั่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเงินตรงนี้
  • เขาต้องการมีบ้านมีรถ เราก็ควรออกสริปเงินเดือน เพื่อให้พวกเขาสามารถนำไปกู้ซื้อบ้านซื้อรถได้
  • เขาอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เราควรจะเล่าเรื่องวิธีการบริหารเงินสำหรับทีมงาน เช่น แนะนำวิธีการลงทุนในหุ้น ในกองทุน เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น รายได้มากขึ้น

เรื่องนี้มีหลายปัจจัยซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ทำด้วย แต่เชื่อเถอะ ถ้าเรื่องคนเก่งมาทำงานด้วยตั้งแต่แรกธุรกิจจะเติบโตมากขึ้นแน่ๆ

8 สร้างเงื่อนไขในการทำงาน

อันนี้ก็มาจากข้อ 7 คือ การสร้างเงื่อนไขในการทำงานขึ้นมาเพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มันคือวัฒนธรรมองค์กร และ ลักษณะงาน

  • เวลาทำงานห้ามเล่นมือถือเด็ดขาด ต้องใช้คอมของออฟฟิต เท่านั้น ลองคิดดู หาเป็น sale admin จะเข้าเว็บไปทำไม หน้าที่คือขายของให้ได้ มีคน inbox มาต้องรีบตอบมีคนโทรมาต้องรีบรับ หากยังไม่มีลูกค้าก็ตามลูกค้าเก่า โทรหาลูกค้าเก่า เอาจริงๆ หากธุรกิจของขายได้วันเป็นร้อยชิ้น ไล่โทร ไล่ตอบ ก็ไม่มีเวลาเล่นเน็ตแล้ว หากทำแบบนี้ แสดงว่า ธุรกิจอาจใช้คน 1 คน จัดการ 100 คำสั่งซื้อได้เลย ภายในเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง
  • ให้ทีมงานเข้าออกตามเวลา มีโอทีเฉพาะช่วงเวลาจำเป็น เช่น 11.11 และ 12.12 เป็นเทศกาล และ ผู้นำควรเข้าก่อนเวลา และ ออกหลังเวลา ทำงาน เพื่อเป็นตัวอย่างให้ทีมงานเห็นว่า ผู้นำทำเราก็ต้องทำ ไม่ใช่ ออกกฏแต่ผู้นำไม่ทำ แบบนี้จะไม่ส่งผลต่อองค์แต่อย่างใด
  • เลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อที่จะให้ทีมงานมีโอกาสได้คุยกัน ช่วยไม่ต้องไปเสียเวลาในการออกไปข้างนอก บางทีกินข้าวกันครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแยกกันไปทำงาน
  • นัดอัพเดทงานและพูดคุยกัน สัปดาห์ละ 1 วัน แบบ OKRs การทำแบบนี้จะได้เกิดการขิงกันภายในองค์กร ว่า แต่ละส่วนทีมไหนไปทำอะไรกันมา ทำให้บริษัทโตได้แค่ไหนบ้าง หากมีผลลัพธ์อย่าลืมเลี้ยงทีมงานทุกคนด้วย
  • ต้องกล้าที่จะฟีดแบคการทำงานซึ่งทั้งในองค์กร ไม่ว่าจะในฐานะทีมงาน หรือ ผู้นำก็ตาม ผู้นำงี่เง่า ทีมงานความกล้าที่ฟีดแบค ผู้นำก็ควรฟังและพิจารณาตัวเอง สิ่งที่ทำฟีคแบค เป็นแบบนั้นจริงๆ รึป่าว หากจริง ก็ควรปรับปรุง

จะเป็นได้ว่า ตัวอย่างที่ยกมา มันมีผลต่อทีมทั้งหมด ย้อนกลับไป คือ จงเลือกคนเก่งเข้ามาก่อน ทุกอย่างจะง่ายขึ้น

9 ทุกคนมีจุดประสงค์เดียวกัน

ผู้นำต้องบอกจุดประสงค์ออกไปให้ทีมงานได้รับรู้ ว่าเราสร้างธุรกิจมาเพื่ออะไร อยากไปอยู่จุดไหน ซึ่งลองนำ OKRs เข้ามาใช้ เพื่อให้แต่ละทีมทำงานได้ไปในทิศทางเดียวกัน ทีมงานดีจะช่วยองค์กรเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด หากพวกเขารู้หน้าที่ และ มีจุดประสงค์ในการทำ ไม่แปลกเลยที่ งานจะดีขึ้น ไม่ว่าจะเลือกทีมงาน หรือ มีคู่ค้า ลองบอก vision ของเราไปด้วย หากเขาเป็นตรงกับเรา รับรองมีพุ่งกับพุ่ง

10 แบ่งรายได้มาลงทุน

ลงทุนในทีนี่ มีทั้ง ลงทุนทั้งความรู้ และ ความมั่งคั่ง หมายความว่า ธุรกิจอย่างเดียวอาจไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เติบโตได้เท่านั้น หากเข้าใจ ธุรกิจเป็นเหมือนทรัพย์สินที่ทำให้เราสร้างรายได้มากขึ้นอีกต่างหาก

ลงทุนในความรู้

  • ศึกษาเรื่องทีเกี่ยวข้อง การลงโฆษณาในแพลตฟอร์มต่างๆ
  • ศึกษาเรื่องภาษีธุรกิจ เพื่อจะได้รู้วิธีประหยัดภาษีในรูปแบบต่างๆ
  • ศึกษาเรื่องการทำอังสหาฯ การจัดแผนการเงินแต่แรก เพื่อให้ธุรกิจมีกระแสเงินไปทำอสังหาฯ โดยไม่ต้องใช้เงินตัวเอง

ลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง

  • การทำบัญชีบริษัทให้ถูกต้อง เป็นการลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง เพราะว่า หากบัญชีถูกต้อง เราสามารถขายธุรกิจได้ หากมีคุณค่ามากพอในสายตาคนที่สนใจ
  • การนำแผนการเงินบริษัท ไปซื้ออสังหาฯ เพื่อซื้อทรัพย์สินได้มากขึ้น
  • การนำกระแสเงินสด ไปซื้อกิจการคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายธุรกิจเราให้ไปไกลมาขึ้น

ดังนั้น ความเก่งของเรา , การมีคนเก่งรอบตัว และ ความรู้ จะนำให้ธุรกิจเราเติบโตเป็นสิบเท่าได้ นั้นเอง

ถ้าชอบก็อย่าลืม กดไลค์ กดแชร์ ให้ด้วย จะได้มีกำลังใจเขียนต่อไป

ฝากช่อง Youtube ด้วย ตามไป Subscribe ได้ > https://is.gd/EwUwZk

กลุ่มพูดคุยสำหรับเรื่องขายของออนไลน์ >  “พ่อค้าแม่ค้ายิงแอท”